โควิด-19

WHO ชื่นชมไทยรับมือโควิด-19 ได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมชื่นชม “บิ๊กตู่” ที่หนุนการทำงานเป็นประเทศตัวอย่างยอดเยี่ยม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทวิตเตอร์ WHO ได้ทวิตชื่นชมประเทศไทย ต่อการรับมือสถานการณ์การระบาดโควิด-19 โดยเฟซบุ๊กแฟนเพจ “Drama-addict” ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 2.5 ล้านคน และมีนพ.วิทวัส ศิริประชัย อดีตแพทย์โรงพยาบาลเกาะลันตา เป็นเจ้าของเพจ ได้โพสต์เกี่ยวการทวิตขององค์การอนามัยโลก

โควิด-19
ขอขอบคุณรูปภาพ : Hfocus

“สิ่งที่ประเทศไทยทำสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ก แต่เกิดจากการวางรากฐานของระบบสาธารณสุขตั้งแต่เมื่อสี่สิบปีก่อน ประเทศไทยเป็นประเทศที่มี อสม. กว่าหนึ่งล้านคน ที่ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา ให้กับระบบสาธารณสุข และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดในการควบคุมการระบาดของ covid-10 และประเทศไทยอาศัยบทเรียนจากการรับมือ SARS เมื่อปี 2003 และเรียนรู้เพื่อรับมือกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยการทำงานร่วมกับจนท ของ WHO เพื่อศึกษาว่า เราจะทำยังไง เพื่อทำให้การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นพ.ทีโอรส กล่าว

โดย นพ.จอส ฟอนเดลาร์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ระบุว่า ประเทศไทยสามารถตอบโต้กับสถานการณ์โรคระบาดได้อย่างน่าประทับใจ โดยอาศัยความยืดหยุ่น ความสามารถในการปรับตัว และการใช้แนวทางที่นำไปปฏิบัติได้จริง โดยมีประเด็นที่นำไปพัฒนาต่อได้ เช่น การบูรณาการข้อมูล การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสนับสนุน การพึ่งพาตนเองด้านยา วัคซีน และชุดตรวจ ซึ่งเป็นสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังดำเนินการอยู่

นายอนุทิน กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) เลือกประเทศไทยให้เป็นประเทศต้นแบบลำดับที่ 3 ในการนำร่องจัดกิจกรรมการทบทวนการเตรียมความพร้อมกรณีภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและสุขภาพถ้วนหน้า จากการรับมือการระบาดใหญ่ของโรคโควิด19 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวปฏิบัติที่ดี และข้อเสนอแนะระหว่างประเทศสมาชิกองค์การอนามัยโลก

ข้อสรุปเบื้องต้นจากการจัดกิจกรรมฯ โดย คณะผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลกและทีมประเทศไทย พบว่า ประเทศไทยมีการบริหารจัดการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขกรณี โควิด19 เป็นอย่างดี มีความยืดหยุ่น ปรับตัวไปตามสถานการณ์ และเน้นการปฏิบัติได้จริง การบริหารจัดการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขกรณี โควิด19 มี 5 ปัจจัยสำคัญ ดังนี้

  1. มีการสนับสนุนโดยผู้บริหารระดับสูงที่กำหนดนโยบายประเทศ 
  2. ระบบสาธารณสุขไทยมีความเข้มแข็งจากการลงทุนในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและระบบปฐมภูมิมาอย่างต่อเนื่องกว่า 4 ทศวรรษ 
  3. มีความร่วมมือเชื่อมต่อทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และภาคการศึกษา รวมถึง อสม. 
  4. มีกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนและชุมชน 
  5. มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรมและการวิจัยเพื่อการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูล

ขอขอบคุณข้อมูล : NationTV , Hfocus , Posttoday

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]